วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ღ..วิสาขมาส...ตรัสรู้. ღ.


พระโพธิสัตว์ จิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว
น้อมจิตใหญ่ สู่บุพเพนิวาสาฯ
ระลึกชาติ ย้อนหลัง ที่ผ่านมา
คือวิชชา ในปฐมยาม ที่ได้ครอง

กาลเวลา ล่วงสู่ยาม มัชฌิมา
จุตูปปาฯ อุบัติไซร้ ในยามสอง
รู้กำเนิด สรรพสัตว์ ในครรลอง
ทั่วทั้งผอง ในปฐพี นี้ปัญญา

รู้จุติ รู้อุบัติ ที่ซัดส่าย
ที่หลากหลาย ตามวิบาก ที่ส่งหนา
บ้างงดงาม บ้างทราม ตามกรรมพา
ด้วยดวงตา เกินมนุษย์ ปุถุชน

กาลเวลา หมุนต่อไป มิได้หยุด
จิตพิสุทธิ์ บรรลุญาณ ตระการผล
อาสวักขยญาณ ญาณมงคล
หยุดดิ้นรน หยุดก่อ ชาติ ชรา

พระพุทธองค์ ทรงสิ้นแล้ว ซึ่งกิเลส
ตัวต้นเหตุ ก่อไฟ ในตัณหา
ทรงน้อมจิต เพ่งพิศ พิจารณา
จึงทรงพบ สี่สัจจา แก่นสัทธรรม

ในยามสาม ปัจฉิมยาม ตามติดติด
พระผู้พิชิต บรรลุแล้ว สุดทางสัมม์
พระสัมมาสัมโพธิญาณ ของทรงธรรม
ตระการล้ำ ในคืนเพ็ญ เดือนหกวาร

ขออานิสงส์ ท่านผู้อ่าน ที่ตามติด
ให้ดวงจิต ท่านผ่องแผ้ว แก้วสืบสาน
ธุลีที่ นัยนา อยู่ช้านาน
จงถูกผลาญ จางไป ในบัดดล

ขอให้ท่าน เจริญใน พระธัมมา
ขององค์พระ ศาสดา พาสู่ผล
กุสลา ธัมมา บันดาลดล
ให้กุศล พาท่านสู่ ลู่นิพพาน

*****************************
เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

ที่มา : Hinghoi Noi
www.facebook.com/home.php

ღ..วิสาขมาส...เข้าสู่รูปฌานก่อนตรัสรู้..ღ


เมื่อร่างกาย สมบูรณ์ ไร้ทุกข์หม่น
กุศลดล สู่สงัด มิซัดส่าย
ลุปฐมฌาน ทุติยฌาน สราญกาย
ตติยฌาน ที่คลาย มวลความทุกข์

เข้าสู่ จตตุตถฌาน ฌานที่สี่
ละยินดี ละยินร้าย ทุกข์และสุข
สติบริสุทธิ์ ในฌาน ที่ปราศทุกข์
ปราศตัณหา ที่คลุก เคล้าในใจ

จิตบริสุทธ์ ผ่องแผ้ว ปราศกิเลส
ที่เป็นเหตุ ก่ออวิชชา พาอนุสัย
ที่นอนเนื่อง กำจัด ขจัดไป
เข้าสู่สาม ญาณใหญ่ ในต่อมา

*****************
เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

ที่มา : Hinghoi Noi
www.facebook.com/home.php

ღ..วิสาขมาส...เหตุก่อนกาลตรัสรู้..ღ


กาลเมื่อพระโพธิสัตว์ พินิจเหตุ
ได้สังเกต ทุกรกริยา พาหม่นหมอง
ทั้งร่างกาย จิต ถูก อกุศลครอง
ขาดกำลัง การไตร่ตรอง เพื่อปัญญา


น้อมรำลึก ถึงเมื่อครั้ง ทรงพระเยาว์
ไต้ร่มเงา ไพรพฤกษ์ ตรึกสิกขา
ได้บรรลุ ปฐมฌาน เกิดปัญญา
เห็นมรรคา เพื่อตรัสรู้ สัมโพธิญาณ

ว่าหนทาง ตรัสรู้ อยู่ในสุข
ใช่ความทุกข์ แล้วทิ้งสุข ที่ผสาน
ในดวงจิต เพื่อก่อ ให้เกิดญาณ
ธ กลับมา บริโภคอาหาร บำรุงกาย

เจริญในธรรมเจ้าค่ะ
****************
ที่มา : Hinghoi Noi
www.facebook.com/home.php

ღ..วิสาขมาส... ประสูติ..ღ


คราเมื่อพระโพธิสัตว์เจ้า .... ครรไล
เสด็จจากพระครรภ์ไซร้ ...... เกริกก้อง
เจ็ดวันพระมารดาสิ้นชีพไป่ . อยู่ยั้ง หล้าแล
สู่ดุสิตแดนเทพซร้อง ........ เสกแต้มบรรลือ

คราเมื่อพระโพธิสัตว์เจ้า .... ครรไล
เสด็จจากพระครรภ์ไซร้ ...... เกริกกล้า
พระมารดาบริหารครรภ์ได้ ... ครบทศ- มาสนอ
มิเคลื่อนมิหย่อนล้า .......... ถ้วนครบสิบเดือน

สตรียามคลอดบุตรไซร้ ...... นั่งนอน
กายอยู่บนบรรจถรณ์ ......... ทุกผู้
พระมารดามินั่งนอน .......... ยามประสูติ
อิริยาบทยืนอยู่ ............... นี่นี้ธรรมดา

ยามเมื่อพระโพธิสัตว์ ........ เสด็จลง
มวลเทพเทวาคง ............. รับร่าง
มนุษย์รับตามเทพทรง ....... พระกาย ไว้นา
นี่อีกข้อหนึ่งอ้าง .............. ยามพระประสูติกาล

ก่อนพระบาทสัมผัสพื้น ...... พสุธา
สี่เทพบุตรนำพา .............. เยื้องย่าง
นำพระโพธิสัตว์สู่มารดา ..... แทบบาท ท้าวนา
ทูลให้ยินดีสล้าง .............. ยิ่งแท้ปุญญา

ยามเสด็จจากครรภ์ .......... พระมารดา
สะอาดทั่วทั้งพระกายา ...... ยิ่งแท้
ปราศเสมหะ น้ำ โลหิตา ..... ผ่องแผ้ว
พระโพธิสัตว์สะอาดยิ่งแล้ ... เพริศพริ้งพระกาย

สองธารน้ำหลากจาก ........ เบื้องบน
ทั้งร้อน เย็น เพื่อระคน ...... พรมพร่าง
อุทกกิจเพื่อดล ............... โพธิสัตว์ เจ้านา
อีกทั้งพระผู้สร้าง ............. นี่นี้พระมารดา

ยามพระโพธิสัตว์เจ้า ......... ยืนประทับ
พระบาทเสมอมิสลับ ......... เรียบยิ่ง
เจ็ดก้าวย่างดังสดับ ........... ผินพักตร์ อุดรเฮย
เปล่งวาจามิเกรงกริ่ง .......... ชาตินี้สิ้นพลัน

หมื่นโลกธาตุสั่นสะเทื้อน .... สะเทือนไหว
ทุกหล้าโลกเปิดกว้างให้ ..... เห็นทั่ว
นรกจรดพรหมโลกไซร้ ....... สว่างยิ่ง
ล่วงเทวานุภาพกลั้ว ...........มหาสัตว์อุบัติดล

***************
เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

ที่มา : Hinghoi Noi
www.facebook.com/home.php

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ღ..จิตดี..ღ


จิตใจที่ดี ต้องเกิดห้าอย่างนี้เป็นประจำ

เพราะฉะนั้นจึงมีหลักที่แสดงพัฒนาการของจิตใจว่า จิตใจของชาวพุทธ หรือจิตใจที่ดี ต้องมีคุณสมบัติ ๕ อย่าง คือ

๑. มีปราโมทย์ ความร่าเริงเบิกบานใจ
๒. มีปิติ ความอิ่มใจ
๓. มีปัสสัทธิ ความสงบเย็นผ่อนคลาย สบายใจ
๔. มีสุข ความคล่องใจ โปร่งใจ ฉ่ำชื่นรื่นใจ ไม่มีอะไรมาบีบคั้นหรือระคายเคือง
๕. มีสมาธิ ความมีใจแน่วแน่ สงบ มั่นคง ไม่หวั่นไหว ไม่ถูกอารมณ์ต่าง ๆ มารบกวน

ถ้าทำใจให้มีคุณสมบัติ ๕ อย่างนี้ได้ ก็จะเป็นจิตใจที่เจริญงอกงามในธรรม สภาวะจิต
๕ ประการนี้โปรดจำไว้เลยว่าให้มีเป็นประจำ พระพุทธเจ้าตรัสบ่อย ๆ ว่า เมื่อปฏิบัติธรรม
ถูกต้องแล้วพิสูจน์ได้อย่างหนึ่งคือเกิดสภาพจิต ๕ ประการนี้ ถ้าใครไม่เกิดแสดงว่าการ
ปฏิบัติยังไม่ก้าวหน้า คือต้องมี ๑.ปราโมทย์ ๒.ปีติ ๓. ปัสสัทธิ ๔.สุข ๕. สมาธิ

พอห้าตัวนี้มาแล้วปัญญก็จะผ่องใส แล้วจะคิดจะทำอะไรก็จะเดินหน้าไป ตลอดจนการปฏิบัติธรรมก็จะก้าวไปสู่โพธิญาณได้ด้วยดี

เพราะฉะนั้นในวันเกิดก็ขอให้ได้อย่างน้อย ๒ ประการนี้ คือ เริ่มต้นดี และให้เกิดสิ่งที่ดี
ก็คุ้มเลย ชีวิตจะเจริญงอกงามมีความสุขแน่นอน

จาก หนังสือ เพื่อชีวิตที่ดี ของ พระธรรมปิฏก (ป. อ. ปยุตฺโต)

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ღ..ผู้ฉลาดพึงทำ..ღ


ผู้ฉลาดพึงทำ พึงเป็นผู้ว่าง่าย
อ่อนโยนมีกิจน้อย มีปัญญารักษาตัว
ไม่คะนองไม่ติดในสกุลทั้งหลาย
ไม่พึงทำกรรมชั่วแม้เพียงเล็กน้อย
พึงเป็นผู้มีเมตตาในสัตว์ทั้งหลาย

เมื่อมนุษน์เราได้เกิดมาเสวยชาติเป็นคน
มีความสุขบ้างทุกข์บ้างตามวาระของกรรม
มนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่ง ที่พามาให้เป็นเช่นนั้น
ซึ่งล้วนผ่านการกำเนิด มาแล้วจนนับไม่ถ้วน
ให้ตระหนักในกรรมของสัตว์ทั้งหลายว่ามีต่างๆกัน
เพราะฉะนั้นไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามในชาติกำเนิด
ความเป็นอยู่ของกันและกัน และจงสอนให้รู้ด้วยว่า
สัตว์ทั้งหลายมีกรรมดีกรรมชั่ว เป็นของตนเองทั้งสิ้น

ที่มา : www.facebook.com/jnipawan

ღ..มาลัยชีวิต..ღ


พระพุทธเจ้า ทรงเปรียบการดำเนินชีวิต "ในแต่ละวัน" ของคนเราว่า
“เหมือนกับการเดินเข้าไปใน.. สวนดอกไม้
ที่ดารดาษเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์

บุคคลผู้ฉลาด.. ย่อมเลือกเก็บแต่.. ดอกไม้ที่มีสีสวยและมีกลิ่นหอม
ส่วนคนโง่.. ย่อมเลือกเก็บแต่.. ดอกไม้ที่น่าเกลียดและมีกลิ่นเหม็น
มาร้อยเป็นพวงมาลัย เป็น.. "รางวัลแก่ชีวิตตนเอง”

การมี “หลักในใจ” ที่มั่นคง
ไม่ขึ้น-ลง.. ตามสิ่งที่มากระทบ
จึงเป็นวิธีการป้องกัน ไม่ให้เราตกไปสู่.. อารมณ์ที่ไม่ดีต่างๆ

มีเรื่องราวมากมายเข้ามาในชีวิต
หากเราไม่คิด.. ปล่อย.. วาง
เราจะไม่มี “ที่ว่าง” หลงเหลือให้แก่ชีวิตได้เลย

วันนี้.. เราพร้อมจะเก็บดอกไม้หอม
ร้อยเป็นมาลัย.. มาคล้องใจตัวเองหรือยัง

ทีมา : www.facebook.com/jnipawan?ref=ts