วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

ღ ดีที่มีภัย ღ



พระธรรมคำสอนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต



ถือดี อวดดี แข่งดี เป็นดีที่มีภัย


กุศลธรรมซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความดีทั้งหลาย เมื่อทำได้ครบทั้ง ๓ ทางแล้ว จะต้องระมัดระวังด้วย เพราะในความดีนั้นบางทีก็มีอันตรายแฝงอยู่ ทำไมในความดีจึงมีอันตรายนั่นเป็นเพราะบางคน

ทำดีแล้ว เอาดีไปถือ กลายเป็นถือดี


ทำดีแล้ว เอาดีไปอวด กลายเป็นอวดดี


ทำดีแล้ว เอาดีไปแข่ง กลายเป็นแข่งดี

หนักเข้าก็เกิดความเสียหาย กลายเป็นความไม่ดีขึ้นมาแทน อันความดีนี้ ใครทำ ใครได้


เป็นปัจจัยตังเฉพาะตัว เหมือนทานข้าว ไม่สามารถอิ่มแทนกันได้ใครทานผู้นั้นก็อิ่ม เราควรเสกสร้างความดีให้เกิดมีขึ้น ไม่ควรจะเอาไปวัด ไปอวด แข่งโชว์หรือยกดีของตนเพื่อเหยียบย่ำเหยียดหยามผู้อื่น ทำดีกันอย่างนี้จึงจะเป็นดีที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อตน สังคมประเทศชาติ และพระศาสนา



ที่มา : facebook Veera เหลืองชมพูเหนือหัวชาวไทย
เครดิตภาพ : facebook Veera เหลืองชมพูเหนือหัวชาวไทย

ღ การเพ่งโทษตนเอง ღ


การเพ่งโทษตนเอง เป็นการฝึกตนที่ได้ผลจริง
โดย...สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

บัณฑิตไม่มีความเพ่งโทษผู้อื่น
บัณฑิตจะเพ่งโทษตนเอง
การเพ่งโทษตนเองนั้น
เป็นการฝึกตนเองอย่างหนึ่ง
ที่จักเกิดผลจริง

การเพ่งโทษผู้อื่นเป็นวิสัยของผู้ไม่ใช่บัณฑิต
ผู้ที่เพ่งแต่โทษผู้อื่น ไม่เพ่งโทษตนเอง ย่อมไม่เห็นโทษของตนเอง
ย่อมไม่เห็นความบกพร่องที่จะต้องแก้ไขให้ดีขึ้น
ย่อมไม่รู้ว่ามีโทษเพียงไร ในแง่ใด
ไม่มีโอกาสจะแก้ไขตนเอง แต่จะมุ่งไปแก้ผู้อื่น
ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์แก่ตนอย่างใด

ผู้อื่นนั้นไม่ใช่ว่าจะยอมให้แก้
เพราะถ้าเป็นผู้อื่นที่เป็นบัณฑิต
ก็ย่อมแก้ตนเองอยู่แล้ว ฝึกตนเองอยู่แล้ว
ส่วนผู้ที่ไม่เป็นบัณฑิตก็ย่อมไม่สนใจที่จะแก้ตนเองฝึกตนเองอยู่แล้ว
ผู้อื่นจะไปแก้จึงเป็นไปได้ยาก

ทุกคนจะดีหรือชั่ว...สำคัญที่ตนเอง
ตนเองมีความดีพอจะยอมรับความไม่ถูกต้องไม่ดีงามของตน
ย่อมยินดีฝึกตน ย่อมยินดีแก้ไขตน ย่อมมีโอกาสเป็นคนดียิ่งขึ้น

ที่มา :   http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17602
เครดิตภาพ : Google

ღ การตำหนิติเตียนผู้อื่น ღ


การตำหนิติเตียนผู้อื่น
ธรรมคำสอน...หลวงปู่มั่น


การตำหนิติเตียนผู้อื่น
ถึงเขาจะผิดจริงก็เป็นการก่อกวนจิตใจตนเองให้ขุ่นมัวไปด้วย
ความเดือดร้อนวุ่นวายใจที่คิดตำหนิผู้อื่นจนอยู่ไม่เป็นสุขนั้น
นักปราชญ์ถือเป็นความผิดและบาปกรรม ไม่มีดีเลย
จะเป็นโทษให้ท่านได้สิ่งไม่พึงปรารถนามาทรมานอย่างไม่คาดฝัน
การกล่าวโทษผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง
เป็นการสั่งสมโทษและบาปใส่ตนให้ได้รับความทุกข์
จึงควรสลดสังเวชต่อความผิดของตน
งดความเห็นที่เป็นบาปภัยแก่ตนเสีย
ความทุกข์เป็นของน่าเกลียดน่ากลัว
แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ทำไมพอใจสร้างขึ้นเอง


อย่าสำคัญว่าตนเอง
เก่งกาจสามารถฉลาดรู้กว่าเขาเลย
ถึงกับสร้างความมืดมิดปิดตาทับถมตัวเอง
จนไม่มีวันสร่างซา
เมื่อถึงเวลาจนตรอกอาจจนยิ่งกว่าสัตว์
ยังไม่เตรียมทราบไว้เสียแต่บัดนี้
ซึ่งอยู่ในฐานะอันควร


เมื่อมีผู้เตือนสติ ควรยึดมาเป็นธรรมคำสอน
จะเป็นคนมีขอบเขตมีเหตุผล ไม่ทำตามความอยาก
เมื่อพยายามฝ่าฝืนให้เป็นไปตามทางของนักปราชญ์ได้
จะประสบผลคือความสุขในปัจจุบันทันตา
แม้จะมิได้เป็นเจ้าของเงินล้าน
แต่มีทางได้รับความสุขจากสมบัติและความประพฤติดีของตน


ใจนี้ คือ สมบัติอันล้ำค่า
จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมองข้ามไป
คนพลาดใจ คือ คนไม่สนใจปฏิบัติต่อดวงใจดวงวิเศษในร่างนี้
แม้จะเกิดสักร้อยชาติพันชาติ ก็คือผู้เกิดพลาดอยู่นั่นเอง
ไม่ว่าธรรมส่วนใด ถ้าสำคัญ “ตน” ว่าเสวย เป็นอันผิดทั้งนั้น

 
ที่มา : http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=40619
เครดิตภาพ : Google 






ღ ข้อคิดเตือนใจ ღ


ข้อคิดเตือนใจ







“หากปราศจากความกระตือรือร้น
ย่อมไม่อาจทำสิ่งใดใด้สำเร็จ"


...ความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของเรา... ไม่ได้อยู่ที่เราไม่เคยล้ม แต่อยู่ที่สามารถลุกขึ้นได้ทุกคร้งที่เราล้ม...


...ก่อนที่สวรรค์จะมอบภาระหนักอึ้งมาให้... เราทุกคนต่างก็ถูกทดสอบความวิริยะอุตสาหะเป็นอันดับแรก... บางครั้งต้องทนหิว ร่างกายก็อ่อนแอ... สับสนภายในใจ... สิ่งเหล่านี้ล้วนหล่อหลอมจนเราแข็งแกร่ง... พร้อมเผชิญอุปสรรค... เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิต...


...จงเลือกเดินทางที่ถูกต้องที่สุด... ไม่ว่าทางนั้นจะขรุขระยากลำบากสักเพียงไร... เมื่อคุ้นเคยแล้วก็จะรู้สึกว่ามันราบเรียบเดินสบาย...



ที่มา : http://www.96rangjai.com/warn/

เครดิตภาพ : Google

ღ ธรรมะเตือนจิต ღ


ธรรมะเตือนจิต







“ปุถุชนจะแสวงแต่ความมั่งคั่ง...
ส่วนผู้ประเสริฐจะใฝ่หาสัจจธรรม"...”

...เมื่อได้ยินคำพูดที่ทำให้ขุ่นเคืองใจ... จงถือเป็นการบำเพ็ญตนอย่างหนึ่ง...


...เป็นการง่ายที่จะทบทวนความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของตนเอง... แต่เป็นการยากที่จะแก้นิสัยเสียเล็กๆน้อยๆของตนเอง...


...โชคชะตาเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนและเข้าใจยาก... แต่เราสามารถกำหนดโชคชะตาด้วยปณิธานของเราเอง...


...การชื่นชมผู้อื่น คือ... การเพิ่มความสง่างามให้แก่ตนเอง...


...คุณธรรม คือ... แสงประทีปอันเจิดจ้าที่ยกระดับจิตใจของเราเอง... มิใช่มีไว้ตำหนิติเตียนผู้อื่น...


 
 
ที่มา : http://www.96rangjai.com/warn/

เครดิตภาพ : Google





วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

ღ พลังความคิด ღ


"มนุษย์เราคิดอย่างไร เราก็เป็นเช่นนั้น"...เราควรจะมีความคิดที่ดีงามอยู่ตลอดเวลา เพื่อความเจริญก้าวหน้าของเรา ประโยคต่อไปนี้ ควรอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกจนฝังลงไปในจิตสำนึก ซึ่งจะกลายเป็นพลังที่จะช่วยให้เราเป็นไปตามที่เราคิด...



" เราจะตั้งใจตั้งแต่วันนี้ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จในชีวิต เพื่อแสวงหาความสุขในตัวเรา และแผ่เมตตาให้แก่เพื่อนมนุษย์ เพื่อความสงบสุขของทุกๆคน "


คัดลอกบางส่วนจากหนังสือ "แนวทางสู่ความสุข" โดย..ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา 

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

ღ รักษาใจ คือ รักษาชีวิต ღ


รักษาใจ คือ รักษาชีวิต
โดย...พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก




เมื่อใจเป็นศีล
ศีลหนักแน่นในจิตใจแล้ว
ใจก็สงบระงับความกลัวได้
ศีลจึงจะรักษาเรา

เมื่อศีล สมาธิ ปัญญาสมบูรณ์ในใจแล้ว
ก็จะรักษาชีวิตเราให้ปลอดภัย
จึงเท่ากับว่า รักษาใจ รักษาชีวิต

หากเรามีสติปัญญารู้จักคิดดี คิดถูกแล้ว
ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรในชีวิต เราก็รักษาใจดีมีเมตตาได้

รักษาใจได้ คือ ไม่มีทุกข์
ที่สุดของรักษาใจ
คือไม่มีใจที่จะรักษา

เพราะว่างเปล่า
จากความรู้สึกเห็นแก่ตัว
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน



ที่มา : หนังสือ “ใจดีสู้เสือ” มูลนิธิมายาโคตมี
เครดิตภาพ : Google